หน้าแรก   ||   เลือกดูสินค้า

ถึงฝนจะแรง ต้องแข็งแรงไว้ก่อน


ปัญหาที่มาพร้อมๆกับหน้าฝน นอกจากความเฉอะแฉะและเปียกชื้น ก็คือโรคและปัญหาต่างๆที่อาจเกิดกับสุขภาพของคุณได้ มาป้องกันเสียตั้งแต่เนิ่นๆกันดีกว่า

1. เมื่อผมเปียกฝน


ควรสระผมใหม่ทันที เนื่องจากฝนที่ตกลงมาจะนำพาเอาเชื้อโรคต่างๆ โดยเฉพาะ เชื้อไวรัสปนมาด้วย และควรเลือกแชมพูสระผมที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา
หรือเชื้อ P.ovale (เช่น Ketoconazole sahmpoo, Selsun) เพื่อป้องกันรังแค และการติดเชื้อรา
ที่หนังศีรษะได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ หลังสระผมเสร็จ ควรเช็ดผมให้แห้งทุกครั้ง
ไม่ควรนอนในขณะที่ผมของคุณยังเปียกอยู่ เพราะอาจทำให้หนังศีรษะชื้นและเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้

2. เมื่อใบหน้าเปียกฝน


ควรล้างออกโดยเร็วด้วยน้ำสะอาดและไม่ควรขยี้ตาในขณะที่ใบหน้าหรือมือเปียกฝน  
เพราะน้ำฝนมักจะปนเปื้อนฝุ่นละอองมากมาย อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อที่ดวงตา โดยเป็นตากุ้งยิงหรือตาแดงได้

3. เมื่อตัวและเสื้อผ้าเปียกฝน


ควรทำเสื้อผ้าให้แห้ง เปลี่ยนใหม่ได้เลยจะยิ่งดี เพราะเสื้อผ้าที่เปียกฝนจะมีไวรัสปะปนอยู่ด้วยทำให้เป็นไข้หวัดได้เช่นกัน
นอกจากนี้เสื้อผ้าที่เปียกชื้น จะเป็นบ่อเกิดของเชื้อราจำพวก Microsporum, Trichophyton, Epidermophyton
โดยเฉพาะเชื้อเกลื้อนที่จะมาเกาะบริเวณผิวหนัง นอกจากจะหายช้าแล้วยังสามารถเป็นซ้ำได้อีก
การทายาฆ่าเชื้อราสามารถใช้ได้ผลพอสมควร แต่แม้ว่าเชื้อราจะตายหมดแล้วแต่รอยด่างขาวจะยังคงติดบนผิวหนังอีกนานหลายเดือน
จึงควรระวังรักษาสุขภาพผิว ให้แข็งแรงและสะอาดเสมอ

4. เมื่อถุงเท้าและรองเท้าเปียกฝน


ควรถอดถุงเท้าและรองเท้าออกทันที และทำให้แห้งอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าเท้าเปียกชื้นนานๆ
ผิวจะมีความต้านทานต่อเชื้อโรคต่ำลง ทำให้ติดเชื้อรา Tinea pedis ได้ง่ายซึ่งก็ คือ ฮ่องกงฟุต
โดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้าตรงที่ถูกบีบรัดโดยรองเท้า การทายาแก้เชื้อราจะได้ผลใน 4-6 สัปดาห์ ดังนั้นจึงควรทำความสะอาดเท้า
ด้วยการฟอกสบู่และล้างด้วยน้ำสะอาด เช็ดเท้าให้แห้ง ถ้ามีแป้งฝุ่นให้ทาบางๆ ตามซอกนิ้วเท้าและฝ่าเท้าสักเล็กน้อย แล้วปล่อยให้เท้าโล่งสัก 2 ชั่วโมง
จึงจะสวมใส่ถุงเท้าและรองเท้าใหม่ แต่ที่สำคัญคือ ถุงเท้าและรองเท้าที่เราใช้ในขณะเป็นโรคนั้น จะมีเชื้อราแทรกซึมเข้าไปในเนื้อผ้า
จึงต้องกำจัดเชื้อราออกโดยการนำไปตากแดดให้แห้ง
ดูแลสุขภาพและร่างกายให้สมบูรณ์ คุณจะได้สนุกไปกับหน้าฝนนี้ได้อย่างสุดๆ เต็มที่ในแบบของคุณ


ขอขอบคุณ : พญ. เยาวเรศ นาคแจ้ง จากนิตยสารใกล้หมอ